มีความต้องการสูง

เอกนิษฐ์ ปัญญา จอมทัพจาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ยอมรับว่าดีใจสุดๆ ที่มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ พร้อมตั้งเป้า ขโมยวิชาจาก ชนาธิป สรงกระสินธ์ เพื่อมาพัฒนาตัวเองต่อในอนาคต ให้เก่งเทียบเท่า

ช้างศึก ประกาศรายชื่อนักกีฬา 33 นักเตะชุดเตรียมลุยศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดแรกกับเวียดนาม โดยมีชื่อของมิดฟิลด์วัย 20 ปี ที่ติดโผมาเป็นครั้งแรก

“ยอมรับเลยครับ ว่าช่วงก่อนหน้านี้ ที่หลายคนจับตา ผมค่อนข้างรู้สึกกดดัน เพราะก่อนหน้านี้เอาจริงๆ ผมไม่ได้อยู่ในสารบบ ที่ได้ลุ้นเลย และตัวผมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะมาถึงจุดนี้ได้อย่างรวดเร็ว” เอกนิษฐ์ กล่าวเริ่ม

“การได้โอกาสในครั้งนี้ ผมก็อยากขอบคุณทุกคนที่เข้ามาในชีวิตผม รวมถึง สองสโมสรที่มีพระคุณ ทั้งเชียงใหม่ เอฟซี และ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่ทำให้ผมมีโอกาสในวันนี้ ทั้งในส่วนของประธานสโมสร โค้ช รุ่นพี่ในทีมทุกคน รวมถึงแฟนบอลทั้งสองทีม”

“อย่างหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลย ก็คือตั้งแต่ผมเข้าอคาเดมี ที่นี่ให้ผมได้พัฒนาไปทีละสเต็ป ไล่ตั้งแต่ได้เล่น T3 กับ เชียงราย ซิติ้ ต่อด้วย เชียงใหม่ เอฟซี ใน T2 และ T1 และก็ได้มาเล่นกับทีมหัวตารางในลีกสูงสุดอย่างเชียงราย ทุกอย่างมันมีขั้นมีตอน ทำให้ผมเหมือนค่อยๆได้ก้าวบันไดขึ้นไปทีละขั้น และมันทำให้การเรียนรู้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น”

“ในวันนี้ ตอนประกาศรายชื่อ ผมยอมรับเลยว่า ผมดีใจมาก เพราะก่อนหน้านี้เราไม่เคยมีชื่อมาก่อน ส่วนพ่อแม่ก็ดีใจไม่ต่างจากตัวผมเช่นกัน”

“สำหรับโอกาสในครั้งนี้ ผมก็จะพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์มากที่สุด เรียนรู้จากรุ่นพี่ทุกคนภายในทีม ถึงแม้สุดท้ายอนาคต ผมไม่รู้หรอกว่าผมจะมีชื่อหรือไม่มีชื่อ แต่โอกาสครั้งนี้มาแล้ว ได้ไปซ้อมกับพี่ๆแล้ว แม้มันจะไม่ใช่ช่วงระยะเวลาที่ยาวนาน แต่แค่ได้ไปเข้าแคมป์ทุกอย่างมันก็โอเคแล้ว”

การท่าเรือ พบ1หนองบัวพิชญ ซีพี-เมจิ คัพ CP-Meiji Cup 2019 U14 รอบคัดเลือก

อยากเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพในอนาคต ค้าแข้งในต่างประเทศได้ สิ่งสำคัญคือให้ความสำคัญกับการฝึกเบสิคพื้นฐานฟุตบอลซ้ำๆ วนไปวนมา จับบอลเชื่องเท้า2เท้าไม่กระฉอก แปบอล2เท้าส่งบอลสั้นยาวด้วย2เท้า ไปกับบอลเลี้ยงบอล ชิ่งบอล คลึงบอล โหม่งบอลไปยังจุดหมาย ให้ความสำคัญกับเบสิคของตัวเองมากกว่าการไปลงทีมแข่งให้ต้นสังกัด ถ้าฝึกลงทีมกับต้นสังกัดเพื่อนร่วมทีมเท่าไรให้คิดเป็นแค่เพียง 20-30% ของโปรแกรมฝึก น้องต้องใช้เวลาฝึกเบสิคเพิ่มเติมส่วนตัวไปอีก 70-80% จึงจะครบ 100%ของโปรแกรมฝึก ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของนักฟุตบอลไทยในอดีต คือเบสิคพื้นฐานไม่แน่นเพราะขาดวินัยการบังคับตัวเอง หากน้องๆฝึกเบสิคพื้นฐานส่วนตัวอย่างจริงจัง และมีวินัยแล้ว บังคับตัวเองได้ ก็จะสามารถเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพได้ อย่างชนาธิป หรือ ซอน เฮือง มิน(ซอนในวัยเด็กฝึกเบสิคฟุตบอลส่วนตัวหนักแบบหามรุ่งหามค่ำจนร้องไห้) หรือไปได้ไกลกว่า จงฝึกเบสิคให้หนักการฝึกเบสิคหนักกว่าคนอื่นมีแต่จะทำให้น้องแกร่งขึ้นกว่าคนอื่น และไปยืนอยู่ในลีกระดับสูงกว่าคนอื่นในอนาคต ทำงานหนักอย่างมีความสุข อย่ายอมแพ้

“ตอนผมยังเด็ก พ่อก็มาซ้อมกับผมทุกวัน วันละสองครั้ง ปกติพ่อจะสอนเทคนิค การเล่นบอลสองเท้าและอะไรอื่นๆ มันไม่ง่ายเลยนะเพราะว่าพ่อไม่เคยยอมให้ผมโดดซ้อมเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่พ่อรู้เรื่องฟุตบอลเยอะมากก็เลยซ้อมกันได้ดี ถ้าตอนนี้มองย้อนหลังกลับไปก็ต้องบอกว่าผมมีวันนี้ได้เพราะพ่อ เราไม่สามารถเป็นนักเตะที่เก่งถ้าไม่ซ้อมหนักกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องเบสิคฟุตบอล ซ้อมแล้วซ้อมอีกอยู่ตลอดเวลา”

“ผมบอกพ่อว่าผมอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ เพราะว่าฟุตบอลอยู่ในสายเลือดของผม ผมจึงฝึกซ้อมอย่างหนักเป็นประจำโดยมีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้ไปเล่นในยุโรปและพรีเมียร์ลีก”

ซน ฮึง-มิน
นักฟุตบอลชาวเกาหลีใต้ปัจจุบันเล่นให้กับทีม ทอตนัมฮอตสเปอร์ ในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ และทีมชาติเกาหลีใต้ แต่เดิมเป็นนักเตะของเอฟซีโซล ก่อนที่จะเข้าร่วมกับสโมสรเยาวชนฮัมบูร์เกอร์เอสเฟา

เกร็ดเพิ่มเติมที่มีประโยชน์
ชนาธิป กับ ซน ฮึง-มิน มีความคล้ายกันอย่างมาก ในเรื่องการฝึกฟุตบอลในวัยเด็ก คือ การให้ความสำคัญกับเบสิคพื้นฐานเป็นหลัก

1. ทั้ง 2 ไม่ได้มีโอกาสอยู่ในทีมอคาเดมี่หรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของประเทศตั้งแต่ยังเล็ก แต่กลับประสบความสำเร็จ มีฝีเท้าดีมากกว่าใครๆในประเทศเมื่อโตขึ้น
2. วินัยการฝึกสูง และบังคับตัวเอง วันละ 2-3 เวลา ประกอบกับความใส่ใจของพ่อ ในการกำชับให้ฝึกหนัก และห้ามขาดซ้อมแม้แต่ครั้งเดียว
3. ฝึกเบสิคพื้นฐานซ้ำๆวนไปวนมา จนชิน ทั้ง 2 เท้า ส่งบอล แปบอล ชิ่งบอล จับบอล และ ศรีษะ ทุกๆวัน

ให้ความสำคัญกับการฝึกเบสิคส่วนตัวมากกว่าการลงทีมแข่ง เพียงแต่ต่างกันตรงที่ พ่อของ ซน ฮึง-มิน ฝึกให้ยิงทั้ง 2 เท้าเป็นประจำ แต่พ่อของชนาธิปไม่ให้ความสำคัญกับการทำประตู

เฮแบร์ตี้” เผยเคล็ดลับ ที่ทำให้ระเบิดฟอร์มเก่งช่วยทัพกิเลนคว้าชัยหลายนัดติดต่อกัน

การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ บริษัท ไทยลีก จำกัด และ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานมอบรางวัลยอดเยี่ยมประจำเดือนกรกฎาคม ของการแข่งขันฟุตบอล โตโยต้า ไทยลีก 2019

สำหรับงานนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณวรงค์ ทิวทัศน์ เลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด เป็นประธาน พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน โตโยต้า ฟุตบอล แอมบาสเดอร์ และตัวแทนจากสโมสร เข้าร่วม

โดยรางวัล Toyota Goal of the month ประจำเดือนกรกฎาคม ตกเป็นของ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ กองหน้า ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ทำประตูได้ในเกมที่พบกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม ซึ่ง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะไป 3-2

ขณะที่รางวัล Toyota Coach of the month ประจำเดือนกรกฎาคม ตกเป็นของ อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวบราซิเลียนของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่พาทีมชนะ 4 เสมอ 1 จาก 5 เกมลีกในเดือนกรกฎาคม

ส่วนรางวัล Toyota Player of the month ประจำเดือนกรกฎาคม ตกเป็นของ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ ที่ทำไป 4 ประตู จาก 5 เกม ในเดือนกรกฎาคม

หลังรับรางวัล ทาง อเล็กซานเดร กาม่า เจ้าของรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมประจำเดือนกรกฎาคม กล่าวว่า “ผมทำงานอย่างหนักมาก แต่ไม่ใช่แค่ผม ทั้งผู้เล่นและทีมงานในสโมสรด้วย ผมสัญญาว่าจะกลับมาคว้ารางวัลนี้ให้ได้อีกครั้ง ขอบคุณครับ”