การท่าเรือ พบ1หนองบัวพิชญ ซีพี-เมจิ คัพ CP-Meiji Cup 2019 U14 รอบคัดเลือก

อยากเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพในอนาคต ค้าแข้งในต่างประเทศได้ สิ่งสำคัญคือให้ความสำคัญกับการฝึกเบสิคพื้นฐานฟุตบอลซ้ำๆ วนไปวนมา จับบอลเชื่องเท้า2เท้าไม่กระฉอก แปบอล2เท้าส่งบอลสั้นยาวด้วย2เท้า ไปกับบอลเลี้ยงบอล ชิ่งบอล คลึงบอล โหม่งบอลไปยังจุดหมาย ให้ความสำคัญกับเบสิคของตัวเองมากกว่าการไปลงทีมแข่งให้ต้นสังกัด ถ้าฝึกลงทีมกับต้นสังกัดเพื่อนร่วมทีมเท่าไรให้คิดเป็นแค่เพียง 20-30% ของโปรแกรมฝึก น้องต้องใช้เวลาฝึกเบสิคเพิ่มเติมส่วนตัวไปอีก 70-80% จึงจะครบ 100%ของโปรแกรมฝึก ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของนักฟุตบอลไทยในอดีต คือเบสิคพื้นฐานไม่แน่นเพราะขาดวินัยการบังคับตัวเอง หากน้องๆฝึกเบสิคพื้นฐานส่วนตัวอย่างจริงจัง และมีวินัยแล้ว บังคับตัวเองได้ ก็จะสามารถเป็นนักฟุตบอลที่มีคุณภาพได้ อย่างชนาธิป หรือ ซอน เฮือง มิน(ซอนในวัยเด็กฝึกเบสิคฟุตบอลส่วนตัวหนักแบบหามรุ่งหามค่ำจนร้องไห้) หรือไปได้ไกลกว่า จงฝึกเบสิคให้หนักการฝึกเบสิคหนักกว่าคนอื่นมีแต่จะทำให้น้องแกร่งขึ้นกว่าคนอื่น และไปยืนอยู่ในลีกระดับสูงกว่าคนอื่นในอนาคต ทำงานหนักอย่างมีความสุข อย่ายอมแพ้

“ตอนผมยังเด็ก พ่อก็มาซ้อมกับผมทุกวัน วันละสองครั้ง ปกติพ่อจะสอนเทคนิค การเล่นบอลสองเท้าและอะไรอื่นๆ มันไม่ง่ายเลยนะเพราะว่าพ่อไม่เคยยอมให้ผมโดดซ้อมเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่พ่อรู้เรื่องฟุตบอลเยอะมากก็เลยซ้อมกันได้ดี ถ้าตอนนี้มองย้อนหลังกลับไปก็ต้องบอกว่าผมมีวันนี้ได้เพราะพ่อ เราไม่สามารถเป็นนักเตะที่เก่งถ้าไม่ซ้อมหนักกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องเบสิคฟุตบอล ซ้อมแล้วซ้อมอีกอยู่ตลอดเวลา”

“ผมบอกพ่อว่าผมอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพจริงๆ เพราะว่าฟุตบอลอยู่ในสายเลือดของผม ผมจึงฝึกซ้อมอย่างหนักเป็นประจำโดยมีความฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้ไปเล่นในยุโรปและพรีเมียร์ลีก”

ซน ฮึง-มิน
นักฟุตบอลชาวเกาหลีใต้ปัจจุบันเล่นให้กับทีม ทอตนัมฮอตสเปอร์ ในพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษ และทีมชาติเกาหลีใต้ แต่เดิมเป็นนักเตะของเอฟซีโซล ก่อนที่จะเข้าร่วมกับสโมสรเยาวชนฮัมบูร์เกอร์เอสเฟา

เกร็ดเพิ่มเติมที่มีประโยชน์
ชนาธิป กับ ซน ฮึง-มิน มีความคล้ายกันอย่างมาก ในเรื่องการฝึกฟุตบอลในวัยเด็ก คือ การให้ความสำคัญกับเบสิคพื้นฐานเป็นหลัก

1. ทั้ง 2 ไม่ได้มีโอกาสอยู่ในทีมอคาเดมี่หรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียงของประเทศตั้งแต่ยังเล็ก แต่กลับประสบความสำเร็จ มีฝีเท้าดีมากกว่าใครๆในประเทศเมื่อโตขึ้น
2. วินัยการฝึกสูง และบังคับตัวเอง วันละ 2-3 เวลา ประกอบกับความใส่ใจของพ่อ ในการกำชับให้ฝึกหนัก และห้ามขาดซ้อมแม้แต่ครั้งเดียว
3. ฝึกเบสิคพื้นฐานซ้ำๆวนไปวนมา จนชิน ทั้ง 2 เท้า ส่งบอล แปบอล ชิ่งบอล จับบอล และ ศรีษะ ทุกๆวัน

ให้ความสำคัญกับการฝึกเบสิคส่วนตัวมากกว่าการลงทีมแข่ง เพียงแต่ต่างกันตรงที่ พ่อของ ซน ฮึง-มิน ฝึกให้ยิงทั้ง 2 เท้าเป็นประจำ แต่พ่อของชนาธิปไม่ให้ความสำคัญกับการทำประตู